2005/Sep/20



"ฉันรู้ว่าเขานั้นเข้าใจและกำลังลุกยืน...ขึ้นใหม่
ฉันภาวนาทุกๆ คืน ขอให้เขานั้นสู้...ไหว

ทน ทนไว้ใจเอ๋ย อย่าห่วงเลย สักวัน... จะดี
อย่าอ่อนแอ อย่าล้มตอนนี้ ทน ทนไว้... นะใจ"


ผมรวบรวมกลุ่มก้อนพลังงานงานที่ชื่อว่า "ความเข็มแข็ง"
เตรียมหยิบยื่นให้กับคนที่ผมคิดว่ากำลังต้องการมันมากที่สุด
เมื่อรวบรวมทุกสิ่งที่อย่างเท่าที่มี และกำลังจะยื่นส่งให้นั้น
ผมฉุกใจคิด และแบ่งส่วนเสี้ยวหนึ่งของก้อนพลังงานนั้นเก็บไว้...


สำหรับตัวเอง


ด้วยตระหนักว่า ณ เวลานี้
ผมก็ำกำลังต้องการมันมากเช่นกัน

bg* in the middle of nowhere
Sep 20, 05





edit @ 2005/09/20 14:38:45

2005/Sep/19



วันนี้ไม่มีอะไรจะเขียน
แต่มีกับข้าวมายั่วน้ำลายเล่นๆ ครับ
เป็นเมนูสำหรับคนอยู่บ้านคนเดียว
ที่ผมทำกินเป็นประจำ


เชิญชิมครับ :)




ข้าวผัดหมูย่างถั่วฝักยาว





หมูทอดกระเทียมพริกไทย
(กินกับข้าวสวยร้อนๆ... โอว)





โจ๊กหมูสับใส่ไข่





ไก่กระเทียมพริกไทยราดข้าว





ลาดหน้าไก่เห็ดหอม



ไว้มีเมนูใหม่ๆ จะเอามายั่วน้ำลายอีก
วันนี้เอาแค่นี้ก่อนครับ



dinner is served!


bg* cuisine

Sep 19, 05



edit @ 2005/09/19 13:56:01

2005/Sep/18



ผู้หญิงอเมริกันที่แต่งกายเหมือนมุสลิมคนนั้น เปิดประตูร้านอาหาร
ที่ผมทำงานเสิร์ฟอยู่เข้ามา เธอบอกผมด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า
เธอเป็น "อาร์ติสต์" ที่เพิ่งย้ายมาที่เมืองนี้ ตอนนี้ไม่มีเงิน มีข้าวหรือ
ผักเหลือๆ พอจะแบ่งให้บ้างได้ไหม

ผมตอบไปว่า ผมแค่ทำงานที่นี่ มันไม่ใช่ของของผม ผมไม่มีสิทธิ์
ตัดสินใจ แต่ผมคิดว่าคงจะให้ไม่ได้หรอก

เธอมองหน้าผมเหมือนจะถามว่า คิดดีแล้วเหรอ ที่ตอบออกมาแบบนี้
พร้อมทั้งบอกให้ผมลองไปคุยกับผู้จัดการร้านดู น้ำเสียงของเธอ
ดูกระด้างขึ้นเล็กน้อย

ผมเดินเข้าครัวไปเล่าให้พี่เจ้าของร้านฟัง แบบไม่ได้คิดจะหาคำตอบ
อะไร เพราะผมรู้คำตอบดีอยู่แล้ว อีกครู่ต่อมา ผมเดินออกมาให้
คำตอบเธออย่างสุภาพว่า ขออภัยจริงๆ ที่เราไม่อาจแบ่งปันอาหาร
ของทางร้่านให้คุณได้

เธอใช้สายตาที่แทบจะเหยียดหยามดูแคลนมองหน้าผม ถอนใจเบาๆ
ส่ายหน้าช้าๆ เหมือนผิดหวังอย่างรุนแรง ที่คิดผิดมาขอร้องคนแล้ง
น้ำใจแบบผมให้ช่วยเหลือ แล้วก็หันหลังเปิดประตูร้านเดินจากไป

ผมตัวชาอยู่ครู่ใหญ่กับสิ่งที่เกิดขึ้น
หรือผมจะเป็นคนแล้งน้ำใจ อย่างที่ถูกเธอตั้งข้อหาจริงๆ?

ถ้ามีคนประดิษฐ์ "เครื่องวัดระดับน้ำใจในมนุษย์" ขึ้นมา แล้วเอา
เข็มวัดมาปักที่ท้ายทอยผมเพื่อทดสอบค่าน้ำใจในร่างกาย
(หรือหัวใจกันแน่) เข็มแสดงค่าน้ำใจบนหน้าปัดคงแกว่งกระตุก
ขึ้นลงอย่างแรง เพราะมันไม่สามารถอ่านค่าที่เที่ยงตรงได้


ถ้าหากคุณอยู่ในสถานการณ์เดียวกับผม คุณจะทำยังไงครับ?


ผมถามคำถามนี้กับตัวเองด้วย ทั้งๆ ที่รู้ว่า ทุกสิ่งกลับไปแก้ไขไม่ได้
แ่ต่หลังจากที่ได้ทบทวนอย่างถ้วนถี่แล้ว ผมยินดีที่จะบอกว่า
ต่อให้ย้อนเวลากลับไปได้ ผมก็จะตอบว่า "ไม่" เหมือนเดิม

ก่อนที่จะพูดกันถึงเหตุผล ลองอ่านสามย่อหน้าข้างล่างนี้ก่อนครับ

แทบทุกครั้งที่ผมเดินผ่านนักแสดงดนตรีริมถนน ไม่ว่าพวกเขาจะ
แสดงได้ดี หรือห่วยแตกแค่ไหน ไม่ว่าผมจะหยุดยืนดูอยู่นาน หรือ
แค่เดินผ่านมา ผมมักจะอดไม่ได้ที่จะล้วงสตางค์หยิบยื่นให้ (เอา
ถังใบเดียวมานั่งเคาะ ยังเคยให้มาแล้ว ให้ตายเหอะ)

หรือตอนที่อยู่เมืองไทย ผมมักจะซื้อพวงมาลัยเวลารถติดไฟแดง
ตามสี่แยกอยู่บ่อยครั้ง แม้จะไม่อยากให้พวกเด็กๆ ต้องมาเสี่ยง
อันตรายตามท้องถนนก็เถอะ แต่ผมก็รู้ว่าพวกเขาต้องทำเพื่อความ
อยู่รอด

แต่ถ้าผมเดินผ่านคนไร้บ้าน หรือที่คนที่นี่เรียกกันว่าพวกโฮมเลส
และโดนเอ่ยปากขอสตางค์ แม้ว่าคนพวกนั้นจะ่มาแบบอ้อนวอน
ก้าวร้าว หรือเล่ห์เหลี่ยม หรือจริงใจแค่ไหนก็ตาม (บางคนเขียนป้าย
ว่า ขอเงินไปซื้อเบียร์ หึหึหึ) ผมจะไม่ยอมควักเงินให้เป็นอันขาด
แดงเดียวก็ไม่ให้!

หลังจากคิดถึงสามเหตุการณ์ที่แตกต่างกันแบบนี้แล้ว เหตุผลง่ายๆ
ที่ผมอยากจะบอกก็คือ ผมไม่ต้องการช่วยเหลือ คนที่ไม่คิด
แม้แต่จะช่วยเหลือตัวเอง

นักแสดงริมถนน แลกเงินด้วยการให้ความบันเทิงกับคนเมืองที่เดิน
ผ่านไปมา คนต่างชาติที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้สัำกคำก็ยังทำงานโดย
ไม่เกี่ยงค่าแรง เพื่อดำรงชีวิต คนพิการส่วนใหญ่ ที่ผมพบก็ทำงาน
และได้รับการยอมรับเหมือนคนปกติทั่วไป


ประสาอะไรกับคนปกติครบ 32 ที่มาแบมือขอเล่าครับ


เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ ผมก็ไม่ได้รู้สึกผิดต่อเจ้าของสายตาที่หยามเหยียด
และพิพากษาความเป็นมนุษย์ของผมคู่นั้นอีก ตรงข้าม ผมอยากจะ
เจอเธออีกครั้ง เพื่อที่จะบอกเธอว่า ทำไมเธอถึงไม่ควรที่จะได้รับ
น้ำใจจากผม และอยากจะบอกเธออีกว่า การแสดงตัวว่าเป็น
"ผู้ถูกกระทำ" ของสังคม มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาเลยสักนิด

จะเกลียดกันก็ยอมล่ะครับ งานนี้



bg* is all around
Sep 18, 05